อาหารทอด ต้องใช้ น้ำมันปาล์ม เท่านั้น เพราะทนความร้อนสูง

yespalmoil น้ำมันปาล์ม 0 Comments

อาหารทอด ต้องใช้ น้ำมันปาล์ม เท่านั้น เพราะว่า น้ำมันปาล์ม ทนความร้อนได้สูง

อาหารทอด ในอุตสาหกรรมอาหาร ที่เรารู้จักกันดี คือ มีการใช้น้ำมันปาล์มในการทอดอาหาร เนื่องจาก น้ำมันปาล์ม มีความคงตัวที่อุณหภูมิสูง มี กรดลิโนเลอิก ซึ่งเป็น กรดไขมันไม่อิ่มตัว ในปริมาณน้อย ทำให้เกิดกลิ่นน้อยมากและยังมีสารกันหืนธรรมชาติ คือ วิตามินอีสูง จึงเหมาะต่อการนำมาทอดที่ใช้น้ำมันมาก

มีจุดเกิดควันสูง สามารถใช้ซ้ำครั้ง ได้มากกว่าน้ำมันชนิดอื่น ๆ และยัง นิยมนำมาประกอบ ในการผลิต ของขบเคี้ยว อาหารว่าง บะหมี่สำเร็จรูป นอกจากนี้ น้ำมันปาล์ม ยังถูกนำมาใช้ ในการผลิต เนยขาว ( shortening ) สำหรับใช้ใน ขนมอบ

ใช้ทำ มาการีน หรือ เนยเทียม ทั้งแบบที่ใช้ทาขนมปัง แบบที่ใช้ทำเค้ก และแบบที่ใช้ผสม ในการทำแป้งพาย สามารถใช้ น้ำมันปาล์ม ที่แปรรูปแล้วผสมกับ โกโก้บัตเตอร์ ทำสารเคลือบชอคโกแลต เช่น

เคลือบไอศกรีมแท่ง ใช้เป็นส่วนผสม ในการทำ ครีมเทียม สำหรับใส่ในเครื่องดื่ม และอื่น ๆ อีกมากมายหลายชนิด
การใช้น้ำ มันปาล์ม ในอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่อาหาร มีทั้งการนำ น้ำมันปาล์ม ไปใช้ประโยชน์โดยตรง โดยนำไป ทำเป็น ไบโอดีเซล ใช้กับเครื่องยนต์ นำไปใช้เป็น โคลนหล่อลื่น หัวขุดเจาะ ของเครื่องขุดเจาะน้ำมัน

ใช้เป็นว้สดุหลัก ในการผลิตสบู่แทนไขมันสัตว์ นอกจากการนำมาใช้โดยตรงแล้ว ยังมีการแยกเอา กรดไขมัน และส่วนประกอบอื่น ๆ ของ น้ำมันปาล์ม

ไปใช้ในอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น ใช้ในการผลิตยาง อุตสาหกรรมสิ่งทอ เครื่องสำอาง ยา เคมีภัณฑ์ พลาสติก เป็นต้น

ไก่ทอด

ไก่ทอด

สำหรับคุณค่าทางโภชนาการน้ำมันปาล์ม

มีอยู่ไม่น้อยกว่า พืชชนิดอื่น กล่าวคือ ในน้ำมันปาล์ม 1 กรัม ประกอบด้วย
– พลังงาน 9 แคลอรี่
– คลอเรสเตอรอล 0 แคลอรี่
– วิตามินอี 1 , 1 5 0 ppm ( มากกว่าน้ำมันชนิดอื่น )
– วิตามินเอ 5 0 0 –  7 0 0 ppm ( มากกว่าแครอท 1 5 เท่า )
วิตามินอี ในน้ำมันปาล์ม ช่วยควบคุม คลอเรสเตอรอล ในเลือด ป้องกัน การเกิดโรคมะเร็ง โดยเฉพาะ มะเร็งเต้านม ป้องกันผิวจาก รังสีอุลตราไวโอเลต ชะลอริ้วรอย และ ความเหี่ยวย่นของผิว วิตามินเอ แคโรทีนอยด์ และ เบต้าแคโรทีน ใน น้ำมันปาล์ม เป็นสารต่อต้าน ปฏิกิริยา ออกซิเดชั่น ( Oxidation ) ทำลาย อนุมูลอิสระ ซึ่งเป็นตัวการ ที่จะทำลาย ส่วนประกอบต่าง ๆ ของเซลล์ต้นเหตุ ของ โรคมะเร็ง

นอกจากนี้ น้ำมันปาล์ม ยังประกอบด้วย สัดส่วนของกรดไขมัน ที่ใกล้เคียงกัน คือ กรดไขมันอิ่มตัว 49% ( กรดปาล์มมิติก 44% และ กรดสเตียริก 5% ) กรดไขมันไม่อิ่มตัว 51% ( กรดโอเลอิค 40% และ กรดไลโนเลอิก 11 % ) ซึ่ง กรดปาล์มมิติก และ กรดโอเลอิก เป็นสารที่ร่างการต้องการ

ขณะเดียวกัน น้ำมันปาล์ม มีจุดเยือกแข็งต่ำ ทนความร้อนได้ดี เกิดควันน้อย หมายถึงโอกาส ที่โมเลกุลแตกตัว เป็นอนุมูลอิสระ น้อยกว่า น้ำมันชนิดอื่น ๆ

Deep fried prawns

Deep fried prawns — Image by © Dex Image/Corbis

จากคุณค่าทางโภชนาการของน้ำมันปาล์มดังกล่าวพบว่า การบริโภคน้ำมันปาล์มไม่ทำให้ระดับไขมันในเส้นเลือด หรือคลอเรสเตอรอลเพิ่มขึ้น ในทางตรงกันข้าม กลับเพิ่มระดับ HDL-C ( High Density Lipoprotien-Cholesterol ) และลดระดับ LDL-C ( Low Density Lipoprotien-Cholesterol ) ซึ่ง HDL นี้เป็นตัวป้องกันไม่ให้เกิดโรคหัวใจ

ข้อมูลเพิ่มเติม : น้ำมันปาล์ม โอเลอิน เป็นน้ำมัน ซึ่งสกัดมาจาก เปลือกของเมล็ดปาล์ม ผ่านกระบวนการ แยกเอา กรดไขมันอิ่มตัวออกบางส่วน น้ำมัน ที่ได้ จึงมี กรดไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว ( ตำแหน่งเดียว ) ที่มีประโยชน์สูง เรียกว่า กรดโอเลอิก ทั้งยังมีกรดไขมัน จำเป็น ไลโนเลอิก อยู่พอประมาณ และมีวิตามินอี ซึ่งเป็นประโยชน์ ต่อเด็กในวัยเจริญเติบโต

 

แหล่งที่มาข้อมูล : สํานักสารนิเทศ สํานักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ www.Kasetcity.com

เอกสารอ้างอิง
http://www.pattayadailynews.com/th
http://www.doa.go.th/palm/linkTechnical/usefulness.html
http://writer.dek-d.com/cammy/writer/viewlongc.php?id=467856&chapter=61
http://www.thairath.co.th/column/life/sundayspecial/265284

http://www.palangkaset.com/%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99/%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81-%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%A5%E0%B9%8C%E0%B8%A1-%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%99/

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

sixteen − eleven =